ท่ามกลางกระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทั่วโลก สมุนไพรไทยกำลังถูกมองในมิติใหม่ มากกว่าการเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมหรือทางเลือกในการดูแลสุขภาพเฉพาะด้าน แต่กำลังก้าวสู่บทบาทสำคัญของอุตสาหกรรม Wellness ซึ่งเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพกาย ใจ และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน
ภาพสะท้อนดังกล่าวปรากฏชัดภายในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งบ้านหมอละออง กรุ๊ป ได้รับความสนใจจากประชาชน ผู้บริโภค และผู้สนใจด้านสุขภาพจำนวนมาก โดยเฉพาะกิจกรรม “ดม ทาย หายปวด : ภารกิจนักสืบสมุนไพร” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้เรื่องสมุนไพรไทยผ่านประสบการณ์จริงในรูปแบบที่สนุก เข้าถึงง่าย และสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนยุคใหม่
ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมคือการร่วมงานของ ชาย-ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของบ้านหมอละออง มาร่วมสร้างสีสันและถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรไทยอย่างใกล้ชิด ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ร่วมงานภายในบูธอย่างเป็นกันเอง
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชาย-ชาตโยดม ถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ร่วมเดินทางกับบ้านหมอละอองในการสื่อสารคุณค่าของสมุนไพรไทยสู่สังคม ผ่านการร่วมกิจกรรมในมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์และผู้สนับสนุนแนวคิดการดูแลสุขภาพด้วยธรรมชาติ ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจใหม่ให้กับผู้บริโภคว่าการใช้สมุนไพรไทยในปัจจุบันสามารถเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตสมัยใหม่ได้จริง ไม่ใช่เพียงเรื่องราวจากอดีตเท่านั้น
คุณศิริวิไล บัวศิริ แอนกาดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ้านหมอละออง กรุ๊ป กล่าวว่า เป้าหมายของบ้านหมอละอองในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร แต่คือการต่อยอดองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยให้กลายเป็นระบบการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่
จากจุดเริ่มต้นของ “หมอละออง” ผู้ศึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยให้กับชุมชนเมื่อกว่า 40 ปีก่อน วันนี้บ้านหมอละอองได้พัฒนาองค์ความรู้ดังกล่าวสู่การดำเนินงานที่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบสมุนไพร การผลิตในโรงงานมาตรฐาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ งานวิจัย ตลอดจนการสร้างประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมผ่าน HerbBright Wellness Center
HerbBright Wellness Center ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบ้านหมอละอองในการเชื่อมโยงภูมิปัญญาไทยเข้ากับแนวคิด Wellness สมัยใหม่ โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การประเมินสุขภาพเฉพาะบุคคล และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านสุขภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้สมุนไพรไทยจากผลิตภัณฑ์สู่ประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และสะท้อนทิศทางการเติบโตของบ้านหมอละอองในฐานะองค์กรด้าน Wellness
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บูธบ้านหมอละอองในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติมักได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันที่ ชาย-ชาตโยดม เข้าร่วมกิจกรรมภายในบูธ ซึ่งมักมีผู้ร่วมงานจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมบนเวที พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสุขภาพ และร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมนาทีทองที่สร้างบรรยากาศคึกคักและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในทุกปี
บ้านหมอละอองเชื่อว่าอนาคตของสมุนไพรไทยไม่ได้อยู่เพียงในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ แต่คือการสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ การวิจัย การผลิต การบริการ และการดูแลสุขภาพเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อผลักดันให้สมุนไพรไทยก้าวสู่บทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม Wellness ระดับสากล
ความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงมุมมองของผู้บริโภคที่เริ่มเปิดรับสมุนไพรไทยในมิติใหม่มากขึ้น และมองเห็นศักยภาพของภูมิปัญญาไทยในฐานะส่วนหนึ่งของอนาคตด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต
สำหรับบ้านหมอละออง นี่ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของการเข้าร่วมงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติอีกครั้ง แต่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ในการพัฒนาสมุนไพรไทย จากภูมิปัญญาที่สืบทอดจากอดีต สู่พลังขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของผู้คนในอนาคต
“สมุนไพรไทยไม่ใช่เรื่องของอดีต แต่คือโอกาสของอนาคต” และบ้านหมอละอองยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมสร้างอนาคตนั้นให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
