Aura Wellness (ออร่า เวลเนส) ผู้นำธุรกิจความงามและสุขภาพ เจ้าของแบรนด์ดัง Aura Bangkok Clinic, Aura Xpress และ AURASOL Wellness & Spa ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังผลประกอบการปี 2025 เติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมเผยข่าวดีการเข้าลงทุนจาก Fullerton Fund Managementกองทุนชั้นนำจากสิงคโปร์ ตอกย้ำความเชื่อมั่นใน Wellness Economy ของไทยที่กำลังเติบโตเป็นอันดับ 1ของโลก
นายเจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ Chief Executive Officer (CEO) และผู้ก่อตั้ง Aura Wellnessกลุ่มบริษัทชั้นนำผู้ให้บริการด้านความงามและสุขภาพในประเทศไทย มุ่งเน้นส่งมอบบริการที่มีคุณภาพด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย ภายใต้แบรนด์ Aura Bangkok Clinic, Aura Xpress และ AURASOL Wellness & Spaเปิดเผยว่า “การร่วมทุนกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Fullerton ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่เปิดประตูให้ Aura Wellness ก้าวสู่เวทีระดับสากล โดยบริษัทยังคงมีบทบาทเป็นแกนนำหลักในการบริหารงาน ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่า 90%
ทั้งนี้ การเชื่อมโยงความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นโดยการสนับสนุนของคุณ Albert Wu จาก 10Bridge ซึ่งเป็น Local Partner ของ Fullerton Thai Private Equity และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างกองทุน Fullerton กับบริษัท Aura Wellness โดยเป้าหมายของเราคือการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Wellness Destination ของโลกอย่างแท้จริง ด้วยระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส และได้มาตรฐานสากลที่เราวางรากฐานไว้ ซึ่งทำให้เราพร้อมรองรับการขยายตัวอย่างเป็นระบบในอนาคต”
ในปีที่ผ่านมา Aura Wellness ทำรายได้รวมสูงถึง 1,746 ล้านบาท เติบโตขึ้น 81% มีกำไรสุทธิ 214 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยมีจุดแข็งสำคัญอยู่ที่ยอดขายต่อสาขาของ Aura Bangkok Clinicที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 3 เท่า รวมถึงความสำเร็จของแบรนด์น้องใหม่อย่าง Aura Xpress ที่ทำรายได้ทะลุ 100ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียงครึ่งปี ความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้ Fullerton Fund Management หนึ่งในกองทุนที่น่าเชื่อถือที่สุดของสิงคโปร์ ตัดสินใจเข้าลงทุนในรูปแบบรายการหุ้น โดย Aura Wellness เป็นบริษัทไทยเพียงรายเดียวในกลุ่ม Wellness ที่ได้รับการคัดเลือก สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจ Aesthetic Medical ของไทยมีศักยภาพสูงในสายตานักลงทุนต่างชาติ สอดคล้องกับเทรนด์ Medical Tourism ของไทยที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10.49% ต่อปี
สำหรับความโดดเด่นของ Aura Wellness ที่เข้าตา Fullerton จนก้าวสู่การเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค ประกอบไปด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่
“การร่วมทุนในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการยืนยันศักยภาพของแบรนด์ไทยว่าสามารถก้าวไปสู่ระดับโลกได้ เราต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า “Wellness is the New Economy” ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยเรายังคงมุ่งมั่นบริหารงานตามวิสัยทัศน์เดิม เพื่อสร้างระบบที่โปร่งใสและพร้อมสำหรับการขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง” นายเจตบดินทร์กล่าวเสริม
นางสาวพรกมล เพชรดาษดา Chief Marketing Officer (CMO) ของ Aura Wellness กล่าวเสริมถึงกลยุทธ์การตลาดว่า “ความสำเร็จของเราเกิดจากการเดินเกมที่แม่นยำ เราไม่เพียงแต่รักษาฐานลูกค้าเดิมด้วย Same-Store Sales Growth ที่เติบโตต่อเนื่อง แต่ยังสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ผ่านแบรนด์ที่หลากหลายในเครือ เช่น การปั้นแบรนด์น้องใหม่ที่ใช้เวลาเพียง 2เดือนก็สามารถขยายสาขาได้ถึง 5 สาขาภายใน 1 ปี และการรุกตลาดต่างจังหวัดครั้งแรกที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ว่าเราเข้าถึงใจผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง”
